มอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มท.และ วท. วันที่ 5 มี.ค.53

คำกล่าวและการมอบนโยบาย
ในการประชุมเชิงปฏิบัติการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มท.และ วท.
เรื่อง กลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
โดย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 เวลา 14.00 น. 
ณ   สโมสรทหารบก

 

 
·      ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (คุณชวรัตน์ ชาญวีรกูล)
·      ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ดร.สุจินดา โชติพานิช)
·      ปลัดกระทรวงมหาดไทย (คุณมานิต วัฒนเสน)
·      ผู้บริหารวิทยาศาสตร์จังหวัดระดับสูง
·      ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำจังหวัด
·      ผู้บริหารหน่วยงาน ผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนที่รักทุกท่าน
 
ดิฉันมีความยินดีอย่างยิ่งที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย     ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานร่วมกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาจังหวัดด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเมื่อเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา และขอกล่าวต้อนรับท่านผู้บริหารวิทยาศาสตร์จังหวัดระดับสูงที่กรุณาสละเวลามาร่วมงานในวันนี้
 
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ก้าวสู่จุดแห่งการเสริมสร้างความเข้มแข็ง       ทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่เน้นการผลิตและการบริการบนรากฐานของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy)              ที่ใช้ฐานความรู้มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ซึ่งตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งสร้างปัญญาในสังคม สนับสนุนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้ในการพัฒนาจังหวัด โดยได้เริ่มดำเนินการมาแล้วหลายเรื่องหลายระดับ ทั้งระดับอุตสาหกรรม ระดับชุมชน และการวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ กล่าวคือ
 
1. การดำเนินการในระดับอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ      มีนโยบายผลักดันการนำผลงานวิจัยไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างงาน    สร้างรายได้ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ การผลิตหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารฝีมือคนไทยตัวแรก การผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้เพื่อการส่งออก การผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การนำวิทยาศาสตร์มาใช้ยกระดับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล นอกจากนี้ยังเสริมสร้างศักยภาพของภาคเอกชนด้วยกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กรอ.วท.) โดยนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้วิจัยและพัฒนาแล้ว ถ่ายทอดสู่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)       เน้นภาคการผลิตที่กระทบต่อคนส่วนใหญ่ ได้แก่ โรงสีข้าว โรงเลี้ยงไก่ และโรงอบ ยางแผ่นรมควัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต     อย่างน้อยร้อยละ 30 เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระดับมหภาค
 
2. การดำเนินงานในระดับชุมชน ได้แก่ โครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต้นแบบที่ดำเนินงานตั้งแต่ปี 2552 จำนวน 30 หมู่บ้าน เป็นการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้แก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และในปีนี้จะขยายเป็น 150 หมู่บ้าน เน้นการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัดนอกจากนั้น ยังมีนโยบายกระจายการใช้เทคโนโลยีเชิงพื้นที่ โดยเริ่มที่จังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดนำร่องในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรที่หลากหลาย อาทิ มังคุด ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
3. การวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความตระหนักแก่ประชาชนในวงกว้าง ให้เข้าใจและสนใจงานด้านวิทยาศาสตร์ อาทิ การจัดคาราวานวิทยาศาสตร์สัญจรสู่ภูมิภาค การอบรม     ให้ความรู้วิทยาศาสตร์แนวใหม่เพื่อเสริมสร้างศักยภาพครูวิทยาศาสตร์    การให้บริการศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Knowledge Center: STKC)
 
และอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ คือ ผู้บริหารวิทยาศาสตร์จังหวัดระดับสูง ในการขับเคลื่อนผ่านการประชุมจังหวัด ทุกเดือน ผ่านคณะกรรมการบริหารจังหวัดบูรณาการ กรอ.จังหวัด และช่วยประสานเชื่อมโยงหน่วยงาน องค์กรภาคประชาสังคม และทุกภาคส่วน ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสู่การปฏิบัติ     อย่างจริงจัง จนบังเกิดผลเป็นรูปธรรม
 
วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ท่านผู้บริหารวิทยาศาสตร์จังหวัดระดับสูง ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด และเจ้าหน้าที่ของทั้งสองกระทรวง จะได้ทำความเข้าใจในแนวทางดำเนินงานพัฒนาจังหวัดด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร่วมกัน อันจะส่งผลให้การผลักดันงานนี้บรรลุวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือของทั้งสองกระทรวง
 
ท้ายที่สุดนี้ ดิฉันขออวยพรให้การจัดประชุมในวันนี้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานทุกประการ
 
ขอบคุณค่ะ

Last Updated on Friday, 22 August 2014 06:02