งานแถลงข่าว "นกเงือกจะสูญพันธ์หรือไม่" วันที่ 22 ม.ค.53

 

คำกล่าวงานแถลงข่าว
นกเงือกจะสูญพันธ์หรือไม่
งานวิจัยพันธุกรรมนกเงือกจะมีส่วนช่วยอนุรักษ์นกเงือกได้อย่างไร
โดย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2553  เวลา 10.00-11.00 น.
ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

·      รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
(รศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์)
·      (ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมหิดล)
·      (ตัวแทนจากกรมป่าไม้ ก.ทรัพยากรฯ)
·      ศ.ดร.พิไล พูลสวัสดิ์
·      ผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนที่รักทุกท่าน
       
                                ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ และขอแสดงความชื่นชมต่อการทำงานอย่างทุ่มเทของ ศ.ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ และคณะผู้วิจัย     จนก่อให้เกิดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายต่อประเทศไทย
       
เนื่องด้วยประเทศไทยมีระบบนิเวศหลากหลายรูปแบบ ประเทศไทยจึงถือว่าเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถึงแม้ว่าเราจะมีพื้นที่เพียง 0.34% ของพื้นแผ่นดินโลก แต่กลับพบสิ่งมีชีวิตมากมายโดยเฉลี่ยประมาณ 6-10% ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด สำหรับประชากร      นกเงือกทั่วโลกที่มีอยู่ด้วยกัน 54 ชนิด ซึ่งพบได้ในป่าเขตร้อนของทวีปแอฟริกาและเอเชียเท่านั้น ในประเทศไทยพบมากถึง 13 ชนิด นกเงือกเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทเด่นเป็นอย่างมากในระบบนิเวศป่า กล่าวคือ เป็นตัวช่วยกระจายพันธุ์ไม้ (Seed disperser) ที่ช่วยรักษาความหลากหลายของพืช เป็นผู้ล่าที่ช่วยควบคุมประชากรสัตว์ขนาดเล็ก เช่น แมลงและหนู เป็นต้น จากความสัมพันธ์ของนกเงือกกับระบบนิเวศป่าสมบูรณ์ในแง่ต่างๆ ทำให้นกเงือกถูกจัดให้เป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งของป่า หากนกเงือกมีจำนวนลดลงหรือสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ        อีกหลายชนิดอาจสูญพันธุ์ตามไปด้วย โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ที่เป็นอาหารของนกเงือก
 
ผลของการแปลงพื้นที่ป่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือแหล่งเกษตรกรรม ตลอดจนการถูกคุกคามจากการล่า และการสูญเสียต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งโพรงรัง ในปัจจุบันประชากรนกเงือกมีจำนวนลดลงจนน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงได้มีการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยด้านความหลากหลาย  ของทรัพยากรชีวภาพ ไม่เพียงแต่นกเงือกเท่านั้น ยังรวมไปถึง พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการต่อยอดงานวิจัยเพื่อนำทรัพยากรดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ รวมไปถึงการจัดการ และการฟื้นฟูทรัพยากรดังกล่าว 
 
                                 เป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ที่ ศ.ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ ได้อุทิศตน เพื่องานวิจัยนกเงือก และเป็นแกนนำสำคัญในการจัดตั้ง “มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือกซึ่งได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2536 ผลงานของท่านและคณะผู้วิจัยเป็นที่ประจักษ์ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากงานวิจัยในด้านการศึกษาโครงสร้างทางพันธุกรรมและสภาพทางนิเวศถิ่นอาศัยของประชากรนกเงือก และมีการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้ ในการวางแผนการจัดการและการอนุรักษ์นกเงือกในพื้นที่หย่อมป่าต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ทีมวิจัยยังนำความรู้ที่ได้มาร่วมคิดร่วมทำกับชุมชนท้องถิ่น    เพื่อก่อให้เกิดกลุ่มร่วมอนุรักษ์นกเงือกในชุมชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้คนเมืองที่อยู่ห่างไกลป่ามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์นกเงือก ภายใต้ “โครงการอุปการะครอบครัวนกเงือก” อีกด้วย ผลจากงานวิจัยภายใต้โครงการวิจัยนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับโครงการวิจัยอื่นๆ ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือในการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
 
                                   ในนามของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดิฉันขอยืนยันว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ โดยจะให้การสนับสนุนและผลักดันให้มีการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้พัฒนางานวิจัยด้านการจัดการทรัพยากรชีวภาพอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติก่อนที่จะเกิดการสูญเสีย และสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูงสุดและยั่งยืนต่อไป
 
     ขอบคุณค่ะ

Last Updated on Friday, 22 August 2014 06:02