26 พ.ย.52 คำกล่าวเปิดงาน HAL-Q Expo 2009

คำกล่าวเปิดงาน HAL-Q Expo 2009วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2552 Regency Area, Bangkok Convention Centre

ชั้น 4  ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว

ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย (H.E. Mr.Muhammad Hatta)ฯพณฯ เอกอัครราชทูตโมรอคโค (H.E. Mr.El Hassane Zahid)ฯพณฯ เอกอัครราชทูตไนจีเรีย (H.E. Mr.Umaru Azores Sulaiman)ฯพณฯ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง (คุณธนาธิป อุปัติศฤงค์)ทูตานุทูต และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตท่านรองและท่านที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติผู้แทนอธิการบดี และผู้บริหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานครประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรรมการสภาหอการค้าไทยผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์

ข้าราชการ คณาจารย์ ผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนที่รักทุกท่าน

 

 

ในนามของรัฐบาลในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในนามของท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งมอบหมายให้ดิฉันปฏิบัติหน้าที่ประธานในวันนี้ และในนามของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีพันธกิจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ ให้แก่สังคมไทย ดิฉันขอแสดงความชื่นชมยินดีกับ         ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับความสำเร็จทางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล ที่ศูนย์ฯ มีส่วนสำคัญในการผลักดันและพัฒนา จนกลายเป็นศาสตร์แขนงใหม่ที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางของสังคมโลกในขณะนี้ และสามารถประกาศความสำเร็จเป็นงานวิทยาศาสตร์ควบคู่กับศาสนา คือ งาน HAL-Q Expo 2009 และงาน Labtech 2009 ในวันนี้

            เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล เป็นตลาดขนาดใหญ่ สำหรับประชากรมุสลิม 1,600 ล้านคนกระจายใน 150 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลกลายเป็นตลาดที่ทวีความสำคัญและสร้างรายได้จากการส่งออกให้แก่ประเทศไทย ซึ่งมุ่งหวังจะก้าวขึ้นเป็นครัวของโลก       การแข่งขันทางด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นเป้าหมายที่รัฐบาลประสงค์จะผลักดันเพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับการแข่งขันทางการค้าในระดับโลกได้

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า คู่แข่งสำคัญในตลาดดังกล่าว มิใช่ประเทศมุสลิม หากแต่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีศักยภาพในการผลิตระดับสูง เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมถึงประเทศเกษตร  อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่กำลังพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด เช่น บราซิล รัสเซีย จีน อินเดีย   ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เรียกว่า บริก ที่กลายเป็นคู่แข่งและคู่ค้าสำคัญ   จึงจำเป็นที่ประเทศไทยต้องหาหนทางยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล ซึ่งมีความซับซ้อน ทั้งในส่วนของศาสนาและในส่วนของวิทยาศาสตร์ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดสากล และเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค            ดิฉันรับทราบด้วยความยินดีมาโดยตลอดว่า วิทยาศาสตร์ฮาลาลเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทย ที่แม้จะมีประชากรมุสลิมอาศัยอยู่ไม่ถึงร้อยละ 10 แต่เป็นสังคมที่ประชาชนทุกหมู่เหล่า มีสิทธิเสรีภาพในพัฒนาตนเองภายใต้                    ร่มพระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และชาวมุสลิมเหล่านี้เองที่ส่วนหนึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์  จึงได้ร่วมกันพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นรูปแบบที่หลายประเทศนำไปปฏิบัติ และสามารถเป็นแกนนำในการสร้างเครือข่ายวิทยาศาสตร์ฮาลาลนานาชาติขึ้นได้อย่างมั่นคง  งานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของประเทศไทย  มิได้จำกัดวงอยู่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น ปัจจุบันได้ขยายไปทั่วภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก ดิฉันเองได้มีโอกาสไปเป็นประธานเปิดงานการประชุมวิชาการ World of Halal Science, Industry and Business ในงาน Anuga หรืองาน WHASIB-ANUGA ณ นครโคโลญจน์ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นโดย  ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดิฉันได้เป็นประจักษ์พยานในการนำธงวิทยาศาสตร์ฮาลาล ของประเทศไทยปักลงบนแผ่นดินยุโรป ถือเป็นงานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลครั้งแรก ที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรป         ซึ่งเป็นสังคมที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิชาการสูง ดิฉันได้พบปะกับผู้เข้าร่วมประชุมจาก 19 ประเทศทั่วโลก นับเป็นการประกาศถึงความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลที่ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทย ให้สังคมโลกได้รับทราบโดยทั่วกัน                        ดิฉันรู้สึกยินดี ที่ได้ทราบว่างานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลได้     บูรณาการระบบมาตรฐานอาหารตามหลักการในศาสนาอิสลามเข้ากับระบบความปลอดภัย ในกระบวนการผลิตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลา 10 ปี  จนพัฒนาเป็นระบบที่เรียกว่า HAL-Q ซึ่งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้าน   จิตวิญญาณของมุสลิมเป็นสำคัญ  ควบคู่กับความปลอดภัยด้านอาหารตามแนวทางอุตสาหกรรม และสามารถจัดวางระบบนี้ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารมากถึง 120 โรงงานทั่วประเทศ  ครอบคลุมคนงานมากถึงหนึ่งแสนคน นับเป็นการประยุกต์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างเป็นนวัตกรรมที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานโรงงานอาหารฮาลาลทั่วประเทศ และที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ประสงค์จะนำความสงบ สันติ และการพัฒนา เข้าสู่พื้นที่ที่มีมุสลิมเป็นประชากรหลัก การดำเนินงานของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล  นับเป็นความสำเร็จ  ที่จัดได้ว่า เป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของประชาชนไทยทุกคน                                         ในนามของรัฐบาล และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดิฉันขอขอบคุณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ให้การสนับสนุนการทำงานของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล  ขอขอบคุณสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ  กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงอุตสาหกรรม  กระทรวงการกีฬาและการท่องเที่ยว และอีกหลายกระทรวง ตลอดจนขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร  สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด  และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการดำเนินงานสรรค์สร้างความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่อุตสาหกรรมและสังคมไทยมาโดยตลอด                              บัดนี้ ได้เวลาเป็นมงคลฤกษ์แล้ว ดิฉันขอเปิดงานการแสดงสินค้า HAL-Q Expo 2009 ณ บัดนี้ และขออวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จตามความ   มุ่งหมายทุกประการ   ขอบคุณค่ะ 

Last Updated on Friday, 22 August 2014 06:02