23 พ.ย.52 คำกล่าวเปิดงาน การเสวนาเรื่อง “อยู่ปลอดภัยกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสี”

คำกล่าวเปิดงาน การเสวนาเรื่อง อยู่ปลอดภัยกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสีวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552  เวลา  11.00  น.

 โรงแรมเฟลิกซ์ ริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี

ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี            ดร.สุจินดา  โชติพานิชรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี            คุณศิริชัย  เขียนมีสุขผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี            คุณจำนงค์  ยอดขำเลขาธิการปรมาณูเพื่อสันติ             ศ.ดร.ชัยวัฒน์  ต่อสกุลแก้วผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนที่รักทุกท่าน

 

สำหรับงานทางด้านนิวเคลียร์ ถ้าจะพูดตรงๆ มีคนบอกว่าก็คุณหญิง จบนิวเคลียร์ก็รู้เรื่องนิวเคลียร์ซิ จริงๆ ที่ดิฉันจบไม่ได้เกี่ยวกับนิวเคลียร์เท่าไร เพราะว่านิวเคลียร์มีหลายระดับ เวลาพูดถึงนิวเคลียร์ทุกคนก็จะกลัว ก็จะตกใจ มันเป็นอะไรก็ไม่รู้ มองก็ไม่เห็นสัมผัสก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นครูวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่จะสามารถอธิบายให้เด็กให้ประชาชนหรือให้เยาวชนเข้าใจว่า นิวเคลียร์คืออะไรหรือรังสีนิวเคลียร์คืออะไร จริงๆ มันคงแยกแยะได้การอยู่ปลอดภัยกับพลังงานนิวเคลียร์ ก็ต้องแยกกันน่ะ พลังงานนิวเคลียร์ คือพลังงานไฟฟ้าหมายถึงพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ แล้วรังสีไม่ใช่พลังงานนิวเคลียร์ รังสีนี้เป็นการใช้วัตถุด้านนิวเคลียร์มาเพื่อใช้ทางด้านแพทย์ ใช้ทางด้านการเกษตร ใช้ทางด้านอุตสาหกรรม ใช้ทางด้านสิ่งแวดล้อมใช้กับอาหาร เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดให้เด็กๆ ฟัง หรือให้ใครฟังก็ตามคงจะต้องแยกแยะ เอาเป็นว่าถ้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเลยก็น่าจะพูดถึงนิวเคลียร์ด้านรังสีเพื่อที่จะใช้ทางด้านสันติภาพ หรือพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ แม้จะมีเครื่องปฏิกร ปรมาณูก็ตามมีอายุ 46 ปีแล้ว ใช้มา 46 ปีมีความเข้มข้นน้อยมาก แล้วก็ตั้งอยู่ที่บางเขน มีคนเขาบอกว่า เตาปฏิกร ปรมาณูต้องห่างจากสนามบินอย่างน้อย 14 กิโลเมตร ของเราห่างกัน 8 กิโลเมตร แล้วเราก็ตั้งมาแล้ว 46 ปี ก็ยังไม่เห็นว่ามันมีอะไรที่น่ากลัว เพราะว่าเขาใช้เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ เครื่องมือแพทย์มากมายหลายหมื่นชิ้น ให้กับอุตสาหกรรมใช้ ให้การเกษตรใช้แล้วก็อาหารและสิ่งแวดล้อม  อันนี้คือปรมาณูเพื่อสันติ ส่วนที่เกิดเรื่องจริงๆ ที่คลองเตยคงทราบใช่ไหม โคบอล 60 คือรังสีมันมีอันตรายของมันอยู่แล้ว เพียงแต่ประชาชนไม่ทราบและเราก็ไม่ได้ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทราบว่าถ้าทีเครื่องหมายอย่างนี้มันจะอันตรายเข้าใกล้ไม่ได้ แม้เราจะยากจนเราก็อย่าไปขโมยเขามาเลย มีใบพัดที่บ่งบอกว่านี่คือพลังงานรังสีน่ะ หรือมีห้วกะโหลกไขว้ก็อย่าไปขโมยถึงจนก็อย่าไปขโมยเพราะว่ามันตายได้ ขโมยแล้วชีวิตก็หาไม่ อันนั้นคือความไม่รู้มากกว่า สำหรับพลังงานปรมาณูเพื่อสันตินี้ก็ใช้อย่างที่เล่าให้ฟัง แล้วก็ใช้อยู่ทุกวันโดยที่เราไม่รู้ แต่หน้าที่ของสำนักงานก็มีหลักๆ ที่พูดไปแล้วมี 3- 4 อย่างแต่ว่าหลักๆ แล้วก็คือว่า หนึ่งควบคุมการใช้นิวเคลียร์ไม่ว่าประเภทไหนก็ตามของประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อใช้แล้วเวลาเก็บกากนิวเคลียร์ ก็ต้องเก็บให้มันถูก ให้มันมีมาตรฐานอันนี้คือหน้าที่ของสำนักงานดูว่าใครใช้บ้างในประเทศไทย อันที่สองคือทำอย่างไรให้ประชาชนคนไทยให้รู้เรื่องว่ามันมีประโยชน์อย่างไร มันประพฤติตัวอย่างไร ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ประหลาด ที่คนทั่วไปไม่รู้ว่ามันมีพฤติกรรมปฏิบัติตัวมันอย่างไร แผ่รังสีแค่ไหน นานกี่ปี มันแรงเท่าไร คนจะไม่รู้ เป็นหน้าที่จะให้ความรู้ว่านิวเคลียร์ดีไหม ต้องเข้าวใจว่ามันมีประโยชน์แต่ข้อเสียถ้าเราไม่เข้าใจมัน มันตั้งอยู่เฉยๆ โดยไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรม้นก็ฆ่าเราได้ ไม่ต้องไปจ้างคนมาฆ่า เราไม่รู้จักมันดีมันก็ฆ่าเรา นั่นคือหน้าที่อีกอันหนึ่ง                                การจัดครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี คนเริ่มคิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมีโรงพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ อันนั้นคือคำถามที่เกิดขึ้นในระยะนี้แล้วถามว่ามันจะระเบิดไหม มันจะฆ่าคนทั้งกรุงเทพฯ หรือทั้งจังหวัดไหม มันฆ่าได้ไหม ถ้าสารที่เราใช้เขาเรียกว่ายูเรเนียมมันมีความเข้มเท่านั้น เท่านี้มันจะระเบิดมันจะฆ่าคนได้เป็นไปได้ แต่ว่าเวลาเขานำมาใช้เพื่อสันติ หรือว่าเพื่อพลังงานนิวเคลียร์มันไม่มีความเข้มข้นมากเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งระเบิดนิวเคลียร์คงไม่มีใครทำไม่มีใครอยากใช้นอกจากเขาอยากจะฆ่ากันจริงๆ เพราะฉะนั้นเรื่องระเบิดนิวเคลียร์ที่จะทำให้กรุงเทพฯ หายไปทั้งจังหวัด ไม่เกิดแน่นอน พลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ถึงเวลาแล้วหรือยัง อันนั้นก็แล้วแต่ความต้องการแล้วก็ปัจจัยอื่นๆ ว่าพลังงานที่มีอยู่ทั้งหมดมันจะหมดไปใน 20-30 ปี ข้างหน้า เราควรจะหาพลังงานทดแทน ซึ่งประเทศไทยก็โชคดีที่เรามีพลังงานทดแทนจากพืชค่อนข้างมากแล้วก็ดีกว่าประเทศอื่นๆ ในโลกนี้ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านการเกษตรซึ่งเราก็สามารถนำมาผลิตพลังงานทดแทนอย่างน้ำมัน แก็ส ที่มันจะหมดไปอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พลังงานทดแทนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ทำจะสามารถทดแทนพลังงานแก็ส น้ำมัน ที่ขุดมาจากดินได้มากแค่ไหน ปัจจุบันนี้เรามีพลังงานทดแทนประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ ของพลังงานที่เราใช้ทั้งหมดทั้งประเทศ กระทรวงพลังงานพยายามจะทำให้เพิ่มขึ้นจากความต้องการการใช้พลังงานคนไทย ภายใน 2559 เขาจะพยายามทำให้เพิ่มขึ้น 20เปอร์เซ็นต์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ทำอะไรบ้าง ไม่ใช่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีทั้งหมด 14 องค์กร ที่เราทำวิจัยพัฒนา เราทำทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้ดิน พลังงานจากพืช พลังงานจากเศษวัตถุ เราทำพลังงานทดแทนอยู่หลายด้าน แล้วก็ร่วมมือกับต่างประเทศ ทดลองวิจัยเกี่ยวกับพลังงานทดแทนอยู่ ถ้าความสามารถของเราที่ทำอยู่นี้ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชากรเรื่องไฟฟ้ารัฐก็จะตัดสินใจว่าน่าจะมีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จะผลิตไฟฟ้าสะอาดไม่เป็นมลพิษ มันไม่มีแก็สคาร์บอนไดออกไซด์ เหมือนกับโรงงานถ่านหินน้ำมันที่เราใช้อยู่ ถ้าเมื่อนั้นรัฐบาลตัดสินใจจะมีแล้วเราค่อยมาเป็นห่วงว่าเขาจะมาตั้งจังหวัดเราหรือเปล่า พลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์มันดีอย่างไร ต้องให้ความรู้กับประชาชนว่ามันถูกจริงไหม มันสะอาดจริงไหม มันปลอดภัยจริงไหม เทคโนโลยีมันเป็นอย่างไร ดิฉันบอกตรงๆ เลยว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเทคโนโลยี เพราะว่าทุกๆ ปีที่ผ่านไป เทคโนโลยีมันจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ระบบการป้องกันไม่ให้รั่วไหล ไม่ให้เกิดอะไรต่างๆ  เขาทำของเขาแล้วทั่วโลกขณะนี้ก็ใช้ค่อนข้างมาก เกาหลีมี 7-8 โรง บางประเทศมี 40 กว่าโรง โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ บางประเทศใช้พลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ 60-70 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการ ทำไมเขาทำได้ เราก็ต้องให้ความรู้ว่าเราจะไปกลัวจนกระทั่งเราไม่มีไฟฟ้าใช้ เราต้องตัดสินใจว่า เมื่อน้ำมันหมด เมื่อแก็สหมด  ถ่านหินหมด แล้วเราไม่ใช้ไฟฟ้าจากโรงงานนิวเคลียร์เราเอาไหม คนไทยก็ต้องออกความเห็นได้ว่าจะเอาหรือไม่เอา ถ้าเราตัดสินใจจะเอาและจำเป็นที่จะต้องมี เราก็มาตั้งคำถามว่า ถ้าเราสั่งเครื่องตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์วันนี้ อีกกี่ปีเราถึงจะได้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่างน้อย 10-15 ปีนั่นคือข้อเท็จจริง อย่าพึ่งไปตื่นตระหนกล่วงหน้า แม้เราจะคุยกันวันนี้ ถ้าสมมุติดิฉันมีอำนาจตัดสินใจว่า เราจะต้องมีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยอีก 10-15 ปี จึงจะมี คนเข้าคิวซื้อโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เราไม่สามารถซื้อได้ทันทีแม้ว่าเรามีเงิน นั่นประการที่หนึ่ง ประการที่สองไปดูงานจากประเทศที่เขาใช้ 40-50 โรง ทำไมเขาอยู่ได้ จริงอยู่สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตก็มาหลอกหลอนเราตลอดเวลา 2-3 แห่งที่เกิดแล้วก็ทำให้คนกระทบกระเทือน สัตว์กินหญ้าก็กระทบกระเทือนทุกอย่างอยู่นาน เพราะรังสีมันไปทั่วทุกแห่ง แม้แต่ในหญ้าวัวมากินหญ้าก็รับรังสีเข้าไป คนที่ท้องลูกก็พิกลพิการ ทำให้เรากลัวมากว่าถ้ามันรั่วไหลหรือมันเกิดมีข้อผิดพลาดทางโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ผลเสียของมันต่อเนื่องไม่รู้จบ มันเกิดขึ้นได้เพราะอะไร จริงๆ แล้วเราต้องหันมาสนใจว่า หนึ่งเทคโนโลยีผ่านไหม ดิฉันเชื่อว่าเทคโนโลยีผ่าน สองคนที่จะไปทำงานในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เราพร้อมหรือยังเรามีคนไหมที่มีความรู้ที่มีประสบการณ์ที่จะดูแลโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ให้เกิดอะไรขึ้นได้เลยเรามีหรือยัง ขณะนี้ก็เรียนว่ามีการให้ความรู้แล้วก็ส่งคนไปเรียนเรื่องพลังงานโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวนหนึ่ง ขณะนี้เริ่มมีคนบ้างแล้ว สมัยที่ดิฉันเป็นเด็กกว่านี้ เขามีการผลิตคนสำหรับทำงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาแล้วชุดหนึ่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขาก็ผลิตคนของเขาเตรียมพร้อม พวกนี้เกษียนไปหมดแล้ว ต้องว่ากันใหม่ทุกคนก็รู้ว่ามันผ่านไปแล้วกี่ปี ตั้งแต่สมัยดิฉันเป็นเด็กแล้ว ต้องนี้ต้องมาผลิตใหม่เมื่อเริ่มพูดกันใหม่แล้วก็ความเข้มข้นและความเร่งรัดที่จะต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก กราฟมันคงเพิ่มขึ้นเร็วแล้วเราก็ไม่มีพลังงานน้ำเพราะถูกคัดค้านสร้างเขื่อนก็ไม่ได้ พลังงานน้ำก็เป็นพลังงานที่สะอาดเราก็สร้างไม่ได้ เราต้องไปซื้อพลังงานไฟฟ้าน้ำจากลาว จากจีน เพราะว่าคนไทยไม่ให้สร้างเขื่อน ถ่านหินก็ไม่ได้ สร้างอะไรก็ไม่ได้คนไทยจะเอาอย่างไรต้องถามพวกเราเอง มืดเอาไหม คือไม่มีไฟฟ้าใช้ เราจะเอาขนาดไหนพอดี เพราะฉะนั้นขณะนี้รัฐบาลเขาก็เตรียมสร้างคน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาที่หนึ่ง ถ้าคนเหล่านี้มีความสามารถมีประสบการณ์ จากากรเรียนรู้จากประเทศอื่นๆ ได้ ซึ่งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะต้องเป็นผู้ทีให้ความรู้ว่าขณะนี้เรามีคนเท่าไร แล้วเรามั่นใจ หนึ่งเทคโนโลยีเรามั่นใจ สองเรามีคนแล้ว สามอันนี้ยุ่งที่สุดอะไรก็ไม่ให้สร้าง ทีนี้จะทำอย่างไรให้พวกเราเข้าใจ แน่ใจ แน่ใจ อันนี้ต่างหากที่จะต้องคุยกัน ข้อดีมันมีไหม มีพูดได้เป็นวัน ข้อเสียมีไหม มี สามป้องกันได้ไหม ได้ สี่สร้างความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ไหม มันก็ขึ้นอยู่กับมนุษย์ ขึ้นอยู่กับคน เขาใช้กัน 40-50 โรง บางประเทศน่ะ แต่เราไม่เข้าใจ ไม่ใช่พวกเราไม่เอา แต่เพราะว่าพวกเราไม่เข้าใจ เราก็กลัว เราก็ไม่เอา เพราะฉะนั้นก็คือสร้างไม่ได้ แม้เราจะมีเทคโนโลยีจะมีคนมันก็สร้างไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่สำคัญที่สุดคือพวกเราเองก่อน เราต้องเข้าใจแล้วเราก็ตัดสินใจได้ว่าจะเอาหรือไม่เอา อันนี้คือเรื่องที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง ที่เกาหลีเขาพยายามจะมาขายเทคโนโลยีให้กับประเทศไทย เขาก็มาบอกว่า ท่านรัฐมนตรีเกาหลีมีแล้ว 6-7 โรง กำลังจะสร้างอีก 4 โรง เวียดนามกำลังจะสร้างอีก 4 โรง โรงละ 1,000 เมกกะวัตต์ เขาก็มาบอกว่า ประชาชนของเขาที่เกาหลีไปบอกรัฐบาลเองว่าเขาอยากจะให้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์มาสร้างที่บ้านเขา ก็เลยถามกลับว่า คุณทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนมาเรียกร้องว่าเอาโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์มาอยู่ที่บ้านเขาทำอย่างไร เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลา ไม่ใช่พูดวันนี้แล้วทุกคนเข้าใจหมด ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจคนไทยก็จะต้องตระหนักและสนใจที่อยากจะเรียนรู้ คือเรามีทางเลือกเยอะแยะ เราเลือกได้ ถ้าเมื่อถึงตอนนั้นแล้ว แต่ละจังหวัดอาจจะมาบอกรัฐบาล ว่าให้มาสร้างที่จังหวัดของตนเอง เพราะว่ามันจะสร้างงานสร้างเงินสร้างคุณภาพชีวิตได้ เพราะว่ามันสะอาดมันไม่มีมลพิษ แต่ถ้ามันเกิดเรื่องมันพิษเยอะแค่นั้นเอง แล้วก็กากนิวเคลียร์   ที่หมดสภาพแล้วจะต้องถอดระวาง ต้องเอาไปฝังกลบที่ไหนที่จะไม่มีรังสีแพร่กระจาย คือมันยังไม่หมดเลยทีเดียว มันยังไม่มอด มันยังอยู่อีกนาน คือครึ่งชีวิตของนิวเคลียร์ ถ้าอาจารย์สอนอาจารย์ก็จะรู้ แม้ว่าปลดระวางจากการผลิตไฟฟ้าแล้วก็จะต้องเก็บกากให้ดีที่สุด ขณะนี้มีบางประเทศเขารับซื้อกากนิวเคลียร์กลับคืนอันนั้นก็จบ แต่ว่าระหว่างขนส่งระหว่างเดินทางก็ต้องทำอย่างดี เขาก็เอากลับไปรีไซเคิล ไปทำใหม่แล้วก็ขายให้ประเทศอื่นอีกต่อไป บางทีเขาเอาคอนกรีตหนา 10 เมตร เอากากนิวเคลียร์ใส่ไว้ ทำให้มันแน่นถ่วงลงทะเล เอาไปถ่วงน้ำหรือไม่ก็ฝังเพื่อไม่ให้มันแผ่รังสีออกมารบกวนมนุษย์ สิ่งมีชีวิต อันนั้นก็เป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งเขาทำเป็นบ่อน้ำแล้วเขาก็เอากากนิวเคลียร์ใส่ลงไปในบ่อมันก็จะสวยมาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวน้ำมันจะมีสีสวยมาก ก็ทำได้หลายวิธีแล้วสิ่งที่เกี่ยวข้องนี้มันเกี่ยวข้องกับมนุษย์ตลอดเวลา แต่ว่าเมื่อมันทำเป็นแท่งเชื้อเพลิงแล้ว มันปลอดภัยส่งไปทั่วโลกที่ไหนเขาก็ใช้กันอันนั้นไม่มีปัญหาเป็นหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติที่จะต้องหาวิธีการแก้ไข นิวเคลียร์ที่เขาทำกันอยู่ไม่อันตราย มีเด็กมีนักเรียนมาเที่ยวโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ มาทัศนาจรมากินข้าว เขาก็จะทำสถานที่ระหว่างนิวเคลียร์กับชุมชน เขาก็จะมีการปลูกต้นไม้ ทำอะไร   ที่มันดูไม่น่ากลัว แล้วก็ป้องกันไม่ให้หมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย ถ้าจะทำจริงๆ เขาก็จะทำมาแล้ว หลายประเทศที่เขาทำเช่นประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ก็ไปดูโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของเขา เราก็เข้าไปในโรงงาน แต่ทุกๆ คนที่ทำงานในโรงงานเขาก็จะมี เครื่องตรวจวัดว่ารังสีที่ร่างกายที่เขารับไปมีเท่าไร ถึงขีดสูงสุดแล้วหรือยัง แต่บอกตรงๆ เลยว่าเราเดินอยู่บนถนนทุกวันนี้มีรังสีมาจากดวงอาทิตย์ มีรังสีพวกนี้ปะปนอยู่แล้ว แต่ว่ามันมีปริมาณน้อยมาก และมันก็ไม่ได้สะสมในร่างกายของเราจนทำให้เป็นปัญหาหรือเป็นโรค พูดแล้วก็น่ากลัว พูดแล้วก็ไม่น่ากลัว มันเป็นได้ทั้งสองอย่าง คือทั้งรัฐบาล ทั้งประชาชน ก็ต้องให้ความสนใจ เรียนรู้ไปด้วยกัน จนกระทั่งเราเข้าใจแล้วคิดตรงกันแล้ว แล้วเราเห็นความจำเป็นเราตัดสินใจร่วมกันว่าเราจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รออีก 15 ปี                         ขณะนี้ก็ถึงเวลา ที่เหมาะสมแล้ว ดิก็ขอเปิดการเสวนา เรื่องอยู่ปลอดภัยกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสี และขอให้ทุกท่านที่มาอบรมครั้งนี้ไม่ได้รับรังสีนิวเคลียร์กลับบ้าน บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคนของเรา ในระดับต่างๆ รวมทั้งตัวเราด้วย เราต้องมั่นใจ แล้วเราต้องให้ความรู้ข้อเท็จจริง ข้อดี ข้อเสีย บอกไปเลย แล้วก็ประเทศอื่นๆ เขาป้องกันยังไง เขาปลอดภัยยังไง ก็ขออวยพรให้ทุกคน เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพหลังจากการสัมมนาแล้ว  ขอบคุณค่ะ                                                                 

Last Updated on Friday, 22 August 2014 06:02