การจัดการความรู้ สร.

การแทนที่ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ 18 มี.ค.53

การแทนที่ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ 
          การแทนที่ของสิ่งมีชีวิต หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของชนิดหรือชุมชนในระบบนิเวศตามกาลเวลา   โดยจะเริ่มจากจุดที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลย จนกระทั่งเริ่มมีสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกเกิดขึ้น  ซึ่งกลุ่มของสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มที่มีความทนทานสูง และวิวัฒนาการไปจนถึงสิ่งมีชีวิตกลุ่มสุดท้ายที่เรียกว่า ชุมชนสมบูรณ์(climax stage)
          การแทนที่ของสิ่งมีชีวิต แบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ
 

  

การเกิดแทนที่ชั้นบุกเบิก (Primary succession)

          การเกิดแทนที่จะเริ่มขึ้นในพื้นที่ที่ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มาก่อนเลย  ซึ่งแบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภท คือ

          ๑.๑ การเกิดแทนที่บนพื้นที่ว่างเปล่าบนบก มี ๒ ลักษณะด้วยกันคือ
          - การเกิดแทนที่บนก้อนหินที่ว่างเปล่า ซึ่งจะเริ่มจาก
          ขั้นแรก จะเกิดสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่นสาหร่ายสีเขียว หรือไลเคนบนก้อนหินนั้น ต่อมาหินนั้นจะเริ่มสึกกร่อน   เนื่องจากความชื้นและสิ่งมีชีวิตบนก้อนหินนั้น  ซึ่งจากการสึกกร่อนได้ทำให้เกิดอนุภาคเล็ก ๆ ของดินและทรายและเจือปนด้วยสารอินทรีย์ของซากสิ่งมีชีวิตสะสมเพิ่มขึ้น จากนั้นก็จะเกิดพืชจำพวกมอสตามมา
          ขั้นที่สอง เมื่อมีการสะสมของอนุภาคดินทราย และซากของสิ่งมีชีวิตและความชื้นมากขึ้น พืชที่เกิดต่อมาจึงเป็นพวกหญ้า และพืชล้มลุก มอสจะหายไป
          ขั้นที่สาม  เกิดไม้พุ่มและต้นไม้เข้ามาแทนที่  ซึ่งไม้ยืนต้นที่เข้ามาในตอนแรก ๆ จะเป็นไม้โตเร็ว ชอบแสงแดด จากนั้นพืชเล็ก ๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ค่อย ๆ หายไป เนื่องจากถูกบดบังแสงแดดจากต้นไม้ที่โตกว่า
          ขั้นสุดท้าย  เป็นชั้นชุมชนสมบูรณ์  (climax stage)  เป็นชุมชนของกลุ่มมีชีวิตที่เติบโตสมบูรณ์แบบ  มีลักษณะคงที่ มีความสมดุลในระบบนั่นคือ ต้นไม้ได้วิวัฒนาการไปเป็นไม้ใหญ่และมีสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์นั่นเอง
          - การเกิดแทนที่บนพื้นทรายที่ว่างเปล่า ในขั้นต้น พืชที่จะเกิดขึ้นจะเป็นประเภทเถาไม้-เลื่อย ที่หยั่งรากลงในบริเวณที่เป็นที่ชื้น ขั้นต่อไปก็จะเกิดเป็นลำต้นใต้ดินที่ยาวและสามารถแตกกิ่งก้านสาขาไปได้ไกล และเมื่อใต้ดินมีรากไม้  ก็เกิดมีอินทรียวัตถุมากขึ้น ทำให้ความสามารถในการอุ้มน้ำก็เพิ่มมากขึ้นและธาตุอาหารก็เพิ่มขึ้น  และที่สุดก็เกิดไม้พุ่ม และไม้ใหญ่ตามมาเป็นขั้นตอนสุดท้าย

          ๑.๒ การแทนที่ในแหล่งน้ำ เช่น ในบ่อน้ำ ทะเลทราย หนอง บึง ซึ่งจะเริ่มต้นจาก
          ขั้นแรก บริเวณพื้นก้นสระหรือหนองน้ำนั้นมีแต่พื้นทราย สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเบื้องต้นก็คือ  สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ เช่นแพลงก์ตอน สาหร่ายเซลล์เดียว ตัวอ่อนของแมลงบางชนิด
          ขั้นที่สอง เกิดการสะสมสารอินทรีย์ขึ้นที่บริเวณพื้นก้นสระ จากนั้นก็จะเริ่มเกิดพืชใต้น้ำประเภทสาหร่าย และสัตว์เล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่บริเวณที่มีพืชใต้น้ำ เช่น พวกปลากินพืช หอยและตัวอ่อนของแมลง
          ขั้นที่สาม   ที่พื้นก้นสระมีอินทรียสารทับถมเพิ่มมากขึ้นอันเกิดจากการตายของสาหร่ายเมื่อมีธาตุอาหารมากขึ้นที่พื้นก้นสระก็จะเกิดพืชมีใบโผล่พ้นน้ำเกิดขึ้น  เช่น กก พง อ้อ เตยน้ำ
แล้วจากนั้นก็จะเกิดมีสัตว์จำพวก หอยโข่ง กบเขียด  กุ้ง หนอน ไส้เดือน และวิวัฒนาการมาจนถึงที่มีสัตว์มากชนิดขึ้น ปริมาณออกซิเจนก็จะถูกใช้มากขึ้น สัตว์ที่อ่อนแอก็จะตายไป
          ขั้นที่สี่  อินทรียสารที่สะสมอยู่ที่บริเวณก้นสระจะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่สระจะเกิดการตื้นเขินขึ้นในหน้าแล้ง ในช่วงที่ตื้นเขินก็จะเกิดต้นหญ้าขึ้น สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสระจะเป็นสัตว์ประเภทสะเทินน้ำสะเทินบก
          ขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นขั้นชุมชนสมบูรณ์แบบสระน้ำนั้นจะตื้นเขินจนกลายสภาพเป็นพื้นดินทำให้เกิดการแทนที่ พืชบกและสัตว์บกและวิวัฒนาการจนกลายเป็นป่าได้ในที่สุด
          ซึ่งกระบวนการแทนที่ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศจะต้องใช้เวลานานมากในการวิวัฒนาการของการแทนที่ทุกขั้นตอน


 

ขั้นที่ ๑ เกิดสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น มอส สาหร่ายสีเขียว ไลเคน


ขั้นสุดท้าย ต้นไม้วิวัฒนาการเป็นไม้ใหญ่ และมีสภาพป่าอุดมสมบรูณ์


ลักษณะการเกิดแทนที่ในแหล่งน้ำ : ขั้นที่ ๑ พื้นก้นสระมีสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ล่องลอยอยู่


ลักษณะการเกิดแทนที่ในแหล่งน้ำ :ขั้นสุดท้าย จะกลายเป็นสภาพป่าที่มีสัตว์อาศัยอยู่

การแทนที่ของสิ่งมีชีวิตในขั้นทดแทน (Secondary succession)
         เป็นการเกิดแทนที่ของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆในพื้นที่เดิมที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป เช่น บริเวณพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกโค่นถาง ปรับเป็นพื้นที่เพาะปลูกหรือพื้นที่ป่าไม้ที่เกิดไฟป่าในขั้นต้นของการแทนที่จะเกิดสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่นเกิดขึ้นแทนที่ทั้งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติและการปลูกโดยมนุษย์ในขั้นที่เกิดขึ้นเองนั้น มักจะเริ่มด้วยหญ้า

Last Updated on Friday, 22 August 2014 06:02