ในคราวประชุม ครม.วันที่ 28 ก.ค. 52 ครม. พิจารณาเห็นว่าปัจจุบันการทำสัญญาระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชนในกรณีต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ หรือการให้สัมปทานของรัฐ ได้มีการตกลงให้ใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการแล้ว ส่วนใหญ่หน่วยงานของรัฐจะเป็นฝ่ายแพ้คดี หรือเป็นฝ่ายที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นภาระด้านงบประมาณแผ่นดินเป็นจำนวนมาก จึงเห็นควรให้ปรับปรุงมติ ครม. วันที่ 27 ม.ค.47 (เรื่องการทำสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐกับเอกชน) ในส่วนของข้อ 1 จากเดิมว่า "1.สัญญาสัมปทานในกฎหมายปัจจุบันเป็นสัญญาทางปกครอง จึงควรนำคดีพิพาทจากสัญญาเหล่านั้นส่งไปศาลปกครอง หรือศาลยุติธรรม ดังนั้น สัญญาที่รัฐทำกับเอกชนในไทย หรือต่างประเทศไม่ควรเขียนมัดในสัญญา ให้มอบข้อพิพาทให้คณะอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาด แต่หากมีปัญหาหรือความจำเป็น หรือเป็นข้อเรียกร้องของคู่สัญญาอีกฝ่ายที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ให้เสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติเป็นราย ๆ ไป เป็น "1. สัญญาทุกประเภทที่หน่วยงานของรัฐทำกับเอกชนในไทย หรือต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นสัญญาทางการปกครองหรือไม่ ไม่ควรเขียนผูกมัดในสัญญาให้มอบข้อพิพาทให้คณะอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาด แต่หากมีปัญหาหรือความจำเป็นหรือเป็นข้อเรียกร้องของคู่สัญญาอีกฝ่ายที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ให้เสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติเป็นราย ๆ ไป"
Last Updated on Friday, 22 August 2014 06:02